วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2557

การจัดการเรียนการสอนเชิงสหวิทยาการ

การจัดการเรียนการสอนเชิงสหวิทยาการ


เป็นการสอนที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ร่วมมือกันค้นคว้า หรือศึกษาสิ่งที่สนใจ นักเรียนกับครูจะต้องร่วมมือกันเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ นักเรียนอาจเป็นกลุ่มเล็กๆหรือศึกษาเป็นรายบุคคลก็ได้เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงหลายรายวิชาเข้าด้วยกัน ไม่ใช่แต่ด้านเนื้อหาวิชาเข้าด้วยกัน แต่ยังเกี่ยวข้องกับวิธีสอนของครูอีกด้วยถ้าครูสอนแยกเป็นนายวิชาจะทำให้การเรียนการสอนไม่ต่อเนื่อง

ลักษณะของหลักสูตรแบบสหวิทยาการ ประกอบด้วย

1.การจัดเวลามากพอแก่การเรียนรู้
2.การศึกษาหาความรู้เป็นไปอย่างอิสระภายใต้การแนะนำของครู
3.การศึกษาเพื่อเสริมสร้าง ครูต้องใช้เวลาให้เหมาะสมเพื่อเสริมสร้างรากฐานความรู้ให้นักเรียน
4.มีความตอบสนองความสนใจที่ต่างกันของนักเรียน
องค์ประกอบในการเรียนเชิงสหวิทยาการทั้ง 4 ประการนี้ ทำให้ครูค้นพบความสามารถและความสนใจของนักเรียนและเปิดโอกาสให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะต่างๆของตนให้ก้าวหน้าต่อไป

แนวทางในการจัดการเรียนการสอนเชิงสหวิทยาการ

หลักสูตรเชิงสหวิทยาการจะรวมเนื้อหาหลายวิชามาอยู่ในโครงการ ซึ่งนักเรียนมีบทบาทสำคัญเพียงโครงการเดียวโดยตารางเรียนและเนื้อหาวิชาจะต้องจัดให้เอื้อต่อการเรียนการสอนที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตประจำวันของนักเรียนมากยิ่งขึ้น นักเรียนจะใช้เวลาเรียนรู้ทักษะของวิชาต่างๆและใช้เวลาประยุกต์ทักษะเหล่านั้นไปใช้กับกิจกรรมในชีวิตจริง หลักสูตรเชิงสหวิทยาการใช้วิธีการสอน 2 แบบคือ
1.การสอนทางตรง [Direct Teaching] สำหรับทักษะพื้นฐานที่จำเป็นของแต่ละวิชา
2.การสอนทางอ้อม [Indirect Teaching] สำหรับบทเรียนที่นักเรียนนำทักษะพื้นฐานมาใช้ในการทำกิจกรรมที่ต้องใช้ความรู้จากหลายๆวิชา
ครูที่สอนโดยใช้หลักสูตรเชิงสหวิทยาการ ควรพยายามให้นักเรียนเข้าร่วมโครงการให้มากที่สุด นักเรียนต้องเรียนรู้จากกิจกรรมและอุปกรณ์ต่างๆที่จัดให้เช่นเดียวกับการเรียนจากแบบเรียน ตัวอย่างเช่น แบบเรียนได้กำหนดให้ใช้เวลา 1 ชั่วโมงเพื่อทดลองเรื่องไฟฟ้าในวิชาวิทยาสาสตร์แต่การสอนเชิงสหวิทยาการจะต้องใช้เวลาช่วงบ่ายเป็นเวลา 3 วัน เพื่อให้นักเรียนได้สำรวจและทำกิจกรรมเพิ่มเติมซึ่งจะทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริงและค้นพบด้วยตนเอง
การเรียนตามหลักสูตรเชิงสหวิทยาการ ต้องใช้วิธีต่างๆ เช่นการเรียนอย่างอิสระ การเรียนรวมกันเป็นกลุ่มๆ การเรียนรู้จากวัสดุอุปกรณ์ และการเรียนรู้จากประสบการณ์ รวมทั้งการเรียนจากแบบเรียนด้วย
โครงสร้างพื้นฐานของการเรียนเชิงสหวิทยาการคือ การจัดเวลา สถานที่ วัสดุอุปกรณ์ และความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล การมีเวลาสำหรับการทำกิจกรรมทุกๆวันเป็นสิ่งสำคัญ เพราะส่วนใหญ่แล้วโครงการต่างๆใช้เวลา 1-6 สัปดาห์ และต้องอาศัยความต่อเนื่องด้วย โครงการเหล่านี้อาจจัดได้ในหลายลักษณะ เช่นใช้เวลาไม่กี่วัน หรือหลายสัปดาห์ เป็นรายบุคคล กลุ่มเล็กๆหรือนักเรียนทั้งชั้นก็ได้
ลักษณะสำคัญอีกประการหนึ่งของการเรียนการสอนเชิงสหวิทยาการก็คือ สัมพันธภาพที่เกิดขึ้นในห้องเรียน ในการเตรียมการเรียนการสอนล่วงหน้า ครูจะให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการวางแผนการเรียน โดยการประชุมน่วมกัน กระตุ้นให้นักเรียนถามคำถามและใช้ความคิด เปิดโอกาสให้นักเรียนเลือกทำกิจกรรมตามความสนใจ และให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ นักเรียนช่วยกันสร้างกฎเกณฑ์ในการทำงานและวางแผนการทำงานในชั่วโมงกิจกรรม มีการไปใช้อุปกรณ์ในการเรียนต่างๆ นักเรียนจะทำโครงการด้วยตนเอง หรือร่วมกันทำเป็นกลุ่มก็ได้
บทบาทของครูในชั่วโมงกิจกรรม ก็คือต้องไม่นั่งอยู่เฉยๆ ต้องเดินไปสังเกตการทำงานของนักเรียน การร่วมฟังการอภิปรายของนักเรียนทุกกลุ่ม ครูต้องเข้าไปร่วมกิจกรรมกลุ่มที่นักเรียนต้องการ วิธีการสอนแบบนี้ ครูมีบทบาทเป็นผู้แนะนำ ผู้จัดการ และผู้อำนวยความสะดวกเท่านั้น โดยโครงการอาจต้องการใช้การสอนหลายรูปแบบ เพื่อสนองความต้องการหรือความสนใจของนักเรียนแต่ละคน การสอนแบบนี้คือการสอนทางอ้อมนั่นเอง
สิ่งสำคัญในการสอนเชิงสหวิทยาการก็คือ วิธีนี้เปิดโอกาสให้ครูได้สอน โดยเน้นถึงศูนย์กลาง โดยครูต้องสนใจว่าเด็กแสดงความเป็นตัวของตนเอง และแสดงต่อผู้อื่นอย่างไรบ้าง รวมทั้ง ต้องสนใจว่าเด็กได้เรียนรู้อะไรบ้าง ดังนั้น รูปแบบการสอนเชิงสหวิทยาการ จึงต้องการผสมผสานระหว่างวิธีการเรียนการสอนกับแนวคิดทางจิตวิทยาเข้าด้วยกัน

ที่มา  http://www.krutermsak.in.th/index.php/2013-02-
14-03-15-32/2-uncategorised/15-2013-02-22-05-58-53

6 ความคิดเห็น: